บัลลังก์หมอยาเซียน ตอนที่ 44 เจ้าเคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือไม่

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน ตอนที่ 44 เจ้าเคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือไม่ ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน ตอนที่ 44 เจ้าเคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือไม่ เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ ตอนที่ 44 เจ้าเคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือไม่ บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย ตอนที่ 44 เจ้าเคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือไม่ ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ ตอนที่ 44 เจ้าเคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือไม่

บัลลังก์หมอยาเซียน ตอนที่ 44 เจ้าเคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือไม่ นวนิยาย

ตอนที่ 44 เจ้าเคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือไม่

“หันมา”เขาเอ่ยเสียงเบา

หยวนชิงหลิงเกยคางกับเตียง หัวเราะไปพร้อมน้ำตา “ขอต้อนรับท่านกลับจากความตาย”

“เจ้าคาดหวังอยากให้ข้าตายไม่ใช่หรือ”หยู่เหวินเห้ามองใบหน้าของนางที่เต็มไปด้วยสีสัน แผลที่ศีรษะช้ำเป็นสีเขียว ใต้ตาบวมแดงราวกับลูกท้อ น้ำตาได้ชำระใบหน้าที่เดิมทีก็สกปรกอยู่บ้างแล้ว มีคราบน้ำตาเป็นสีขาวสองสาย

ไม่เคยคิดมาก่อนจริงๆว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน พวกเขายังเป็นราวน้ำกับไฟอยู่เลย

“ถูกต้อง ก็หวังอยากจะให้ท่านตายจริงๆ”หยวนชิงหลิงเช็ดน้ำตา เผยความเป็นเด็กอยู่หลายส่วน “แต่ว่า ไม่ใช่ตายต่อหน้าข้า ข้าเป็นหมอ มีคนไข้ตายต่อหน้าข้า เป็นความบกพร่องของข้า”

หยู่เหวินเห้ามองนาง ค่อยๆยิ้มออกมา

กู้ซือยืนมองอยู่ข้างๆ หัวเราะออกมาราวกับได้วางภาระอันหนักอึ้งลงแล้ว หัวเราะเสร็จ ก็มองหยวนชิงหลิงด้วยความซับซ้อน

พระชายาท่านนี้ ที่จริงก็ไม่ได้น่ารำคาญขนาดนั้น

หยู่เหวินเห้าข่มใจให้สงบ ยาจื่อจินกำลังออกฤทธิ์ในร่างกาย รู้สึกได้ว่าพลังตันเถียนได้ค่อยๆเพิ่มขึ้น

เขามองไปยังกู้ซือ “ไท่ซ่างหวงถูกวางยาพิษอะไร”

กู้ซือเดินเข้าไปก้าวหนึ่ง พูดว่า “ที่จริงข้าก็ไม่แน่ใจนัก รู้เพียงแต่ว่าเมื่อคืนไท่ซ่างหวงเกิดอาการกระอักเลือดและสลบไปอย่างกะทันหัน หมอหลวงวินิจฉัยว่าถูกยาพิษ”

หยู่เหวินเห้ามองหยวนชิงหลิง “ยาที่เจ้าให้ไท่ซ่างหวง ทำให้เกิดอาการกระอักเลือดจนสลบได้หรือไม่ ”

หยวนชิงหลิงพูดว่า “เป็นไปไม่ได้แน่นอน”

“เช่นนั้นก็รอเสด็จพ่อตรวจสอบให้แน่ชัด ต้องมีบทสรุปแน่นอน ”หยู่เหวินเห้าพูด

“ข้าอยากขอร้องฮ่องเต้ ให้ข้าไปดูอาการไท่ซ่างหวง”หยวนชิงหลิงพูด

กู้ซือส่ายหน้า “พระชายาโปรดอดทนรอไปก่อน ฮ่องเต้ย่อมมีราชโองการ คิดว่า อ๋องชินลุ่ยเองก็คงจะช่วยพูดอีกทาง”

เจ้าพระยาจิ้งที่ยืนอยู่ด้านนอก ได้ด่าลูกสาวหยวนชิงหลิงในใจไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้ว วางแผนอย่างดิบดีเพื่อให้นางแต่งเข้าไปในจวนอ๋อง แต่คิดไม่ถึงว่า เรื่องดียังไม่ทันกล่าวถึง เรื่องร้ายกลับเข้าหาเขาก่อน เขาคิดว่าหยวนชิงหลิงต้องทำอะไรผิดแน่ๆ ทำให้ฮ่องเต้เกรี้ยวมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่ให้คนไปเรียกเขาเข้าวังตั้งแต่เช้า ยังให้เขารออยู่หนึ่งชั่วยามเต็มๆ

ที่สุด มู่หรูกงกงก็ออกมา เอ่ยว่า “เจ้าพระยาจิ้ง ฮ่องเต้เรียกท่านเข้าพบ”

เจ้าพระยาจิ้งน่องขาเกิดอ่อนแรง เกือบจะคุกเข่าลงไปแล้ว

เดินเข้าไปทั้งที่ตัวสั่นเทา คุกเข่าลง เจ้าพระยาจินใช้หัวหน้าผากกับหน้าที่แทบจะแนบไปกับพื้น “ข้าน้อยหยวนปาหลงถวายบังคมฮ่องเต้”

“ไม่ต้องมากพิธี”ฮ่องเต้หมิงหยวนพูด

ได้ยินน้ำเสียงของฮ่องเต้ที่แฝงด้วยความเมตตา ใจของเจ้าพระยาจิ้งก็สงบลงได้ครึ่งหนึ่ง ค่อยๆลุกขึ้น ยืนตัวตรงอยู่ข้างๆรอพระบัญชาของฮ่องเต้

ฮ่องเต้หมิงหยวนยิ้ม “ที่ข้าเรียกเจ้าเข้าวัง ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไร ก็แค่อยากจะถามสารทุกข์สุกดิบ ในจวนเป็นอย่างไรบ้าง”

หัวใจของหยวนปาหลงกระตุกขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้ไท่ซ่างหวงป่วยหนัก งานราชการก็ยุ่งมาก ยังมีอารมณ์สบายใจเรียกตัวเขาเข้าวังเพื่อถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

เกรงว่าจะมีความหมายอื่นแอบแฝง

ต้องเป็นเพราะลูกสาวหัวดื้อแน่ๆ ไม่รู้ว่าไปก่อเรื่องอะไรอีก

ริมฝีปากของเขาสั่นระริก “ทูลฮ่องเต้ คนในบ้านต่างสบายดี”

“เช่นนั้นก็ดี กลับไปเถอะ”

เจ้าพระยาจิ้งเบิกตาอ้าปากค้าง

เขาออกจากห้องหนังสือ ก็ได้ลองสอบถามดู เมื่อใช้เงินมากพอ จึงได้รู้ว่าหยวนชิงหลิงได้ถูกอ๋องเต้เรียกเข้าวังตั้งแต่เช้าแล้ว และก็ไม่มีข่าวคราวอีก

เขารู้สึกโกรธในใจ เป็นนางที่ก่อเรื่องจริงๆด้วย

พอกลับไปถึงจวน ก็พุ่งไปหาภรรยาเพื่อระบายอารมณ์ “เจ้าสั่งสอนลูกสาวของเจ้ายังไง เราใช้กำลังทั้งหมดของจวนส่งนางไปเป็นพระชายา นางตอบแทนตระกูลเราอย่างไร วันนี้ฮ่องเต้อารมณ์ดี ไม่ได้ลงโทษข้า ไม่อย่างนั้นตำแหน่งข้าก็คงจะรักษาเอาไว้ไม่อยู่”

หยวนฮูหยินนั้นไม่ได้มีความคิดเป็นของตัวเอง ได้ยินสามีด่าลูกสาวอย่างโมโห นางก็เอ่ยอย่างโมโหเบาๆ“ภายหน้าก็แล้วแต่เวรแต่กรรมเถอะ พวกเราไม่ต้องสนใจนางแล้ว”

“ยังจะสนใจอะไร วันหน้าหากกลับมาขอเงินที่จวน อย่าได้ให้เด็ดขาด”นึกถึงก่อนหน้านี้ที่เคยให้เงินนางไปเพื่อเบิกทางในกรมทหาร เงินเหล่านั้นก็ไม่ต่างจากเตะหมูเข้าปากหมา ให้ไปแล้วก็ไม่ได้คืน เขาก็รู้สึกเจ็บใจอยู่ลึกๆ

ฮูหยินหยวนได้แต่ตอบรับ “ข้ารู้แล้ว”

เจ้าพระยาจิ้งดื่มชาไปหนึ่งแก้ว ในใจยังคงครุ่นคิด หยวนชิงหลิงไม่ได้รับความรักความเอ็นดูจากอ๋องฉู่ แม้จะอยู่ในตำแหน่งพระชายา ก็ไร้ประโยชน์ เห็นที เขาต้องหาผู้สืบทอดที่ดีจึงจะได้ เขามีตำแหน่งเป็นรองเจ้ากรมทหารมาก็หลายปี เห็นว่าตำแหน่งโยธาธิการก็เปลี่ยนไปสามครั้งแล้ว ยังไม่มีโอกาสที่เขาจะได้ขึ้นตำแหน่งอีก เขาจะรอต่อไปไม่ได้แล้ว

ฝั่งตระกูลฉู่ ได้ปล่อยข่าวลือออกมาว่า ตอนนี้คนในราชสำนักไม่น้อยได้รวมกลุ่มกันแล้ว เห็นว่าโอกาสที่อ๋องฉีจะถูกแต่งตั้งเป็นรัชทายาทนั้นสูงมาก หากอิงไปทางตระกูลฉู่ ใช้เงินเสียหน่อย บางทีอาจจะเป็นไปได้

““ตอนนี้เงินที่สามารถนำออกใช้ได้มีเท่าไหร่”นึกถึงตรงนี้ เขาก็ถามฮูหยินขึ้นมา

“ประมาณสองหมื่นตำลึง”ฮูหยินหยวนพูด

“เจ้าไปเอามาให้ข้าสองพันตำลึง ข้าจะไปบ้านตระกูลฉู่ ”

ฮูหยินหยวนอึ้งไปสักพัก “ตระกูลฉู่ เกรงว่าจะไม่เหมาะ เพราะเดิมที่คุณหนูใหญ่ของตระกูลฉู่นั้นจะแต่งให้กับอ๋องฉู่ แต่ถูกหลิงเอ๋อร์ทำเสียเรื่อง ตระกูลฉู่คงเกลียดพวกเราไม่น้อย จะมาสนใจเราได้อย่างไร”

ฮูหยินหยวนไม่เคยลืมสายตาดูแคลนที่ฮูหยินฉู่มองนาง

“พวกผู้หญิงอย่างพวกเจ้าจะรู้อะไร ให้เจ้าไปเอาก็เอามาสิ”เจ้าพระยาจิ้งเอ่ยอย่างโมโห

ฮูหยินหยวนไม่กล้าพูดอะไรอีก เข้าไปที่ห้องบัญชีเบิกเงินให้เขาด้วยตนเอง

ตอนนี้หัวหน้าตระกูลฉู่ เป็นอัครเสนาบดี เป็นพ่อตาของฮ่องเต้หมิงหยวน

ช่วงหลายปีนี้ในกรมทหาร ส่วนมากเป็นคนของเขา

เจ้าพระยาจิ้งนับว่ามองออกแล้ว หากต้องการเป็นปินปู้ซ่างซู ขั้นแรกคือต้องเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลฉู่ก่อน

เขาเหน็บเอาตั๋วเงินจำนวนสามพันตำลึงไว้กับตัว เอาของขวัญ แล้วขี่ม้าตรงไปยังนอกประตูใหญ่จวนฉู่

วันนี้ตระกูลฉู่คึกคักมาก ด้านนอกมีรถม้าจอดเต็มไปหมด เขาลองถามดูแล้วได้ความว่า วันนี้เป็นวันที่พระชายาฉีกลับบ้านมารดา

ใจเขาลิงโลด ดีเลยทีพระชายาฉีอยู่ด้วย เช่นนั้นเขาต้องขออภัยนางด้วยตนเองก่อน ได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่คนนี้เป็นคนใจกว้าง ตนเองยอมรับผิด นางก็คงจะไม่แค้นเคืองจวนพระยาจิ้งของเขาอีก

เขาส่งนามบัตรไป แต่ไหนเลยจะรู้ว่า พอคนเฝ้าประตูเข้าไปรายงาน กลับออกมาบอกว่าวันนี้เป็นงานฉลองภายใน ไม่รับแขกภายนอก เขาทั้งโมโหทั้งอับอาย ทำได้เพียงจากไปอย่างรวดเร็ว

ห้องหนังสือในจวนตระกูลฉู่

อัครเสนาบดีฉู่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ฉู่หมิงชุ่ยจุดยาสูบให้เขา ไล่ให้คนรับใช้ทั้งหมดออกไป เหลือเพียงปู่หลานสองคนพูดคุยกันใหนห้องหนังสือ

“ท่านปู่ ท่านว่าที่เจ้าพระยาจิ้งแล่นมาที่นี่ เพราะเรื่องอะไรกัน”

ฉู่หมิงชุ่ยนั่งลง ถามขึ้น

“ยังจะมีเรื่องอะไรอีก”อัครเสนาบดีฉู่พ่นควันออกมา มองฉู่หมิงชุ่ยเรียบๆ “เกรงว่าจะมาด้วยเรื่องของพระชายาฉู่”

“หยวนชิงหลิง ”ฉู่หมิงชุ่ยหัวเราะ “เกรงว่าจะขอร้องใครก็ไร้ผล นางมีข้อหาวางยาไท่ซ่างหวงติดตัว ยิ่งไม่มีหลักฐาน ฮ่องเต้ต้องไม่ละเว้นนางแน่”

อัครเสนาบดีฉู่มองนางอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้านะเจ้า ไม่เคยฟังคำสั่งสอนเลย ตอนนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องล่วงเกินใครเลย พระชายาฉู่ไม่ใช่ปัญหา อ๋องฉู่ก็ไม่ใช่ปัญหา เจ้าจะกันพวกเขาไปทำไม หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น นั่นเท่ากับทำร้ายอ๋องฉีโดยตรง ได้ไม่คุ้มเสีย”

แต่ฉู่หมิงชุ่ยกลับเอ่ยอย่างสงบมั่นคง “ท่านปู่วางใจเถอะ เรื่องนี้ท่านป้ากับฮ่องเต้เป็นคนพูดเอง ได้ยินว่าหยวนชิงหลิงเองก็สารภาพแล้วว่าให้การรักษาไท่ซ่างหวงเอง ความผิดนี้ นางหนีไม่พ้นแน่”

อัครเสนาบดีฉู่เอากล้องยาสูบเคาะกับโต๊ะ ไอหนึ่งเสียง ยิ่งไม่สบอารมณ์เข้าใหญ่

“สิ่งที่เจ้าทำผิดที่สุดก็คือการที่เจ้าเอาท่านป้าของเจ้าเข้ามาร่วมในเรื่องนี้ด้วย เจ้าเคยคิดหรือไม่ หากหยวนชิงหลิงหลุดพ้นจากความผิดได้ เรื่องที่ไท่ซ่างหวงถูกวางยานั้นไม่เกี่ยวกับนาง เช่นนั้นนางก็จะกลายเป็นคนที่มีความดีความชอบในการช่วยเหลือไท่ซ่างหวง และเพราะเหตุนี้ฮ่องเต้ก็คงจะสงสัยในตัวของท่านป้าเจ้า”