จอมนักรบทรงเกียรติยศ บทที่411 คนนั้น มาแล้ว

sprite

เทียนขุยเห็นเหตุการณ์ จึงได้มองไปที่ฟางเหยียน ในแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย หม่าจงหัวนี่มันหมายความว่ายังไง ดีๆอยู่ทำไมถึงได้คุกเข่าลงล่ะ?

ฟางเหยียนก็ไม่รู้เช่นกันว่าหม่าจงหัวหมายความว่าไง ทำไมอยู่ดีๆก็คุกเข่าลง ยังไงหม่าจงหัวก็เป็นคนที่อายุหกสิบเจ็ดสิบปีไปแล้ว แม้ร่างกายจะแข็งแรงมีพลัง แต่เมื่อคุกเข่าต่อหน้าตัวเอง ฟางเหยียนก็รู้สึกไม่เหมาะสมอยู่ดี

ยังไงตระกูลหม่าก็ส่งคนเก่งให้กับประเทศหวาหลายยุคหลายสมัย ในกองกำลังระดับภูมิภาค มีคนของกองทัพจำนวนไม่น้อยที่มาจากตระกูลหม่า ตอนนั้นที่เกิดเรื่องของหม่าซวี่ซง เขาก็ฆ่าหลานชายที่ยโสโอหังของตัวเองอย่างไม่ลังเล ผู้ที่เสียสละเพื่อประเทศชาติแบบนี้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องคุกเข่าต่อหน้าตน

เมื่อนึกถึงจุดนี้ ฟางเหยียนลุกขึ้นพยุงหม่าจงหัวขึ้นมา แล้วกล่าว “ลุกขึ้นพูดเถอะนะ ผู้นำตระกูลหม่า!”

หม่าจงหัวไม่เพียงไม่ลุกขึ้น แล้วยังเอาหัวโขกกับพื้นอีก นี่ไม่ใช่การคำนับแบบเบาๆ แต่คำนับกับพื้นอย่างรุนแรง จนฟางเหยียนและเทียนขุยได้ยินยังรู้สึกเจ็บ เห็นได้ชัดว่าความสำนึกผิดของเขามหาศาลมากขนาดไหน

หลังจากที่คำนับแล้ว เขาหมอบกับพื้นกล่าวอย่างฟังคำสั่งว่า “จอมพลครับ ถ้าท่านไม่รับปาก ผมจะไม่ลุกขึ้น!”

ฟางเหยียนใจเต้นตึกๆ คิดในใจนี่คุณกำลังรั้งผมอยู่ไม่ใช่เหรอ?ถ้าตนไม่รับปากก็คงไม่ได้จริงๆ!

แต่เขาก็ยังพูดออกมาว่า “คุณพูดมาก่อนว่าเรื่องอะไร ถ้าผมช่วยได้ ผมจะช่วยคุณแน่นอน”

หม่าจงหัวเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาเต็มไปด้วยน้ำตา กล่าวด้วยความตื้นตันว่า “ขอบคุณครับ ขอบคุณจอมพลโผ้จวิน!เมื่อคุณพูดแบบนี้ ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วครับ”

หลังจากพูดจบ เขากล่าวรวดเดียวจบว่า “คืออย่างนี้ครับ หม่ากวงชาวลูกชายที่ไร้ประสิทธิภาพคนนั้นของผม ตกลงให้ตระกูลหม่าของผมเข้าร่วมองค์กรนั้นแล้วครับ!เมื่อหลายปีก่อนองค์กรนั้นเคยมาหาพวกเราแล้ว แล้วยังพูดว่าเพียงแค่เรายินยอม ก็เข้าร่วมกับพวกเขาได้ตลอดเวลา ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ผมปฏิเสธมาโดยตลอด แต่ผมไม่คาดคิด ว่าจะถูกลูกชายที่ไร้ประสิทธิภาพคนนั้นของผม...”

เมื่อพูดถึงจุดนี้ หม่าจงหัวก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ชายแมนๆคนนี้ร้องไห้ต่อหน้าฟางเหยียนไปแล้ว หม่าจงหัวคือผู้นำตระกูลของตระกูลหม่า เป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหนานหลิงถึงเขตซีหนาน นักธุรกิจและข้าราชการมากมายล้วนนับหน้าถือตา แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะร้องออกมา ใบหน้าเหี่ยวย่นที่มีอายุเจ็ดสิบปีร้องออกมา ดูแย่มากเหมือนกับเปลือกไม้แก่

ฟางเหยียนจ้องหม่าจงหัว แล้วถาม “คุณหมายถึง เพลิงเสวน?”

แววตาของหม่าจงหัวแข็งทื่อไป เงยหน้าขึ้นมามองฟางเหยียน อาจจะเพราะฟางเหยียนรู้เรื่องเพลิงเสวนจึงทำให้เขารู้สึกแปลกใจ แต่เขาไม่ได้ถามอะไรมากมาย เพียงแต่พยักหน้าแล้วกล่าว “ใช่ ใช่ครับ เพลิงเสวนครับ”

สีหน้าของฟางเหยียนบูดบึ้งลง เขาเอามือไขว้หลังเริ่มเดินไปเดินมาในห้องโถง

นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้คาดการณ์ไว้ เขารู้ว่าเพลิงเสวนกำลัง“รวบรวมกำลังคน”อยู่ และได้รับตระกูลใหญ่และผู้มีอำนาจมากเข้ามาแล้วไม่น้อย แต่ไม่คาดคิดว่าแม้แต่ตระกูลหม่าผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติมานับพันปีก็จะถูกลากเข้าไปเช่นกัน

ฟางเหยียนสูดหายใจเข้าลึกๆ ถามอย่างสงบว่า “คุณรู้จุดมุ่งหมายของเพลิงเสวนมั้ย?”

หม่าจงหัวขมวดคิ้วขึ้นมา ส่ายหน้ากล่าว “แต่ผมรู้ว่าองค์กรนี้อยู่แบบลึกลับมาโดยตลอด พวกมันรวบรวมตระกูลไว้มากมายแล้ว องค์กรนี้ใหญ่ขนาดไหน ใครอยู่ข้างในบ้าง ผมไม่รู้อะไรเลย!ผมรู้เพียงว่าเมื่อหลายปีก่อนจู่ๆมีคนมาหาถึงที่ ให้พวกเราเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรพวกมัน แล้วยังสัญญาจะให้ผลประโยชน์มากมายกับเรา”

ฟางเหยียนพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็ส่ายหน้าช้าๆอีก เขาหน้าบึ้ง แล้วกล่าว “งั้นคุณอยากจะให้ผมช่วยยังไง?”

หม่าจงหัวชะงักไป เขาอ้าปาก หลังจากที่สองจิตสองใจไปสักพัก แล้วกล่าว “ผมรู้ว่าองค์กรแบบนี้ต้องสร้างความอันตรายต่อประเทศชาติแน่นอน ในเมื่อพวกเราได้เข้าร่วมกับพวกมันแล้ว งั้นก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ผมอยากเป็นไส้ศึกให้ท่าน หลังจากที่ผมรู้ดีเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในแล้ว ค่อยรายงานให้คุณฟัง ถึงตอนนั้นน่าจะมีของที่ท่านต้องการ”

นี่ก็พอเป็นวิธีที่ดี องค์กรนี้ลับๆล่อๆ ทำจนดูลี้ลับ ฟางเหยียนหามาตั้งนาน หาเจอเพียงแค่คนตายไม่กี่คน ถ้ามีคนในเป็นไส้ศึก ก็เท่ากับเจอทางหนีทีไล่แล้ว

เมื่อนึกถึงจุดนี้ ฟางเหยียนเงยหน้าขึ้นมาพูด “โอเค งั้นทำตามที่คุณว่าก็แล้วกัน!”

“ขอบคุณครับจอมพลโผ้จวิน!” เสียงของหม่าจงหัวสั่นคลอนและซาบซึ้ง ดูออกว่าเขาให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของตระกูลหม่ามาก

ฟางเหยียนมองเทียนขุย แล้วกล่าว “ไปกันเถอะ เทียนขุย”

พูดจบ เทียนขุยจึงเปิดประตูใหญ่ ฟางเหยียนเดินถึงประตู จู่ๆก็หยุดลง หันหน้ากลับไปพูด “จำไว้นะ ตระกูลหม่าเป็นตระกูลที่น่าภาคภูมิใจตระกูลหนึ่ง!ผมหวังว่าคุณจะทำให้ผมเห็นความภาคภูมิใจของตระกูลหม่าได้”

เมื่อพูดจบ ฟางเหยียนพาเทียนขุยเดินออกจากห้องโถงของตระกูลหม่าอย่างเร็ว

สีหน้าของหม่าจงหัวเปลี่ยนไป เปลี่ยนเป็นแน่วแน่ สายตามีพลัง

ความภาคภูมิใจของตระกูลหม่า!ความภาคภูมิใจของตระกูลหม่า!

ตอนที่มาถึงด้านนอกประตู ลูกชายทั้งหลายของตระกูลหม่าต่างพากันทักทาย แต่เขาไม่สนใจใครสักคน เดินออกจากสวนไปโดยตรงอย่างนั้น

หลังจากที่ฟางเหยียนออกไปได้ห้านาที หม่าจงหัวและคนรุ่นหลังเริ่มเปิดประชุมเล็กในห้องโถง

หม่าจงหัวถาม “แน่ใจว่าข้างนอกไม่มีคนนะ?”

หม่ากวงชาวพยักหน้ากล่าว “พวกเราตรวจสอบหลายครั้งแล้วครับ ไม่เห็นวี่แววของใครเลย”

“พ่อ พ่อกลัวว่าคนของเพลิงเสวนจะจับจ้องเราอยู่งั้นเหรอ?” หม่าเหาถาม

หม่าจงหัวเอามือไขว้หลัง แล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ใช่สิ องค์กรนั้นลึกลับ ใครจะไปรู้ว่าพวกมันทำอะไรล่ะ”

“แล้ว จอมพลโผ้จวินตกลงจะช่วยเรามั้ย?” หม่าเหาถาม

หม่าจงหัวหรี่ตากล่าว “ตกลงแล้ว ขอให้พวกเราทำอะไรเพื่อจอมพลโผ้จวินได้บ้างเถอะ!”

ในตอนที่เขากำลังอุทานอยู่นั้น จู่ๆในห้องโถงก็มีเสียงที่แปลกๆดังขึ้นมา “หม่าจงหัว แกกล้านักนะ”

ทำให้ทุกคนของตระกูลหม่าที่อยู่ในห้องโถงต่างตกใจอ้าปากค้างกัน โดยเฉพาะหม่ากวงชาว ขนลุกชูชันขึ้นทันใด นี่เป็นเสียงรวมกันของผู้ชาย

หม่าจงหัวเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ เขารู้ว่านี่คือเสียงพันไมล์ ที่ยอดฝีมือใช้กัน

ด้วยเหตุนี้เขาจึงเงยหน้าขึ้น ถามในอากาศที่ไม่มีที่สิ้นสุด “แกเป็นใคร?”

จอมนักรบทรงเกียรติยศ นวนิยาย บทที่411 คนนั้น มาแล้ว ออนไลน์ฟรี

ที่ผู้แต่ง โซ่วปี่หนานซาน's บทที่411 คนนั้น มาแล้ว จอมนักรบทรงเกียรติยศ , รายละเอียดของเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง ความรักของนักแสดงนำชายและหญิงอยู่ในจุดบอด ไม่ใช่แค่ความรักที่บริสุทธิ์ แต่ผู้เขียน โซ่วปี่หนานซาน ก็ต้องการถ่ายทอดปัญหาเพิ่มเติมเช่นกัน เป็นไปได้ไหมว่าใน จอมนักรบทรงเกียรติยศ บทที่411 คนนั้น มาแล้ว ความรักของนักแสดงนำชายและหญิงสามารถมารวมกันได้? ครอบครัวพระเอกจะรับไหม? ติดตาม จอมนักรบทรงเกียรติยศ โซ่วปี่หนานซาน บทที่411 คนนั้น มาแล้ว ที่ th.readeraz.com

จอมนักรบทรงเกียรติยศ โซ่วปี่หนานซาน บทที่411 คนนั้น มาแล้ว

จอมนักรบทรงเกียรติยศ นวนิยาย บทที่411 คนนั้น มาแล้ว