จอมนักรบทรงเกียรติยศ บทที่ 557 ใครคือเทพแห่งประเทศหวาตัวจริง?

sprite

คำพูดของฟางเหยียนเห็นได้ชัดว่าไม่เห็นจอมพลโผ้จวินในสายตาเลย และยิ่งเป็นการบดขยี้ใบหน้าของตระกูลโจวบนพื้น อวดดี บ้าระห่ำ หากจะบอกว่าโจวเจิ้งอวดดีบ้าระห่ำ ทว่าสำหรับฟางเหยียนแล้วก็แค่นั้น เขาถึงจะเป็นผู้บ้าระห่ำตัวจริง

ตู่เหย่นหลงที่ยื่นอยู่ข้างโจวปินคางสาวเท้ามาเบื้องหน้าอีกครั้ง ทว่าไม่นาน สายตาของฟางเหยียนจึงหล่นไปอยู่ที่ตู่เหย่นหลง เขาหัวเราะเยือกเย็นขึ้นมา เอ่ยถามว่า “ทำไม? จะให้ไอ้บอดนี่ต่อสู้กับฉันงั้นเหรอ?”

เขามองตู่เหย่นหลงด้วยความสงบนิ่ง จากนั้นสายตาก็ชักกลับมายังโจวปินคาง คนตาบอดผู้นั้นเป็นเพียงแค่เศษขยะเท่านั้น ไม่เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจจากเขาได้ หากเป็นยอดฝีมือ เขาก็อาจจะยังพิจารณามองนานกว่านี้หน่อย

โจวปินคางเอ่ยขึ้นด้วยความโมโห “ฉันอุตส่าห์เห็นแกเป็นแขกผู้มีเกียรติของตระกูลโจว คิดไม่ถึงเลยว่าแกจะมาก่อเรื่องที่บ้านตระกูลโจวของฉัน! หรือก่อนที่จะก่อเรื่อง แกไม่ได้ทำความเข้าใจถึงเบื้องลึกของตระกูลโจวฉันมาก่อนใช่ไหม?”

แม้ว่าโจวปินคางจะทราบว่ากำลังภายในของตนเองจะไม่ได้ดีเท่าชายหนุ่มวัยรุ่นที่อยู่เบื้องหน้า ทว่าที่นี่คือบ้านของตระกูลโจว รอบๆ ล้วนเป็นคนของตระกูลโจว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีจอมพลโผ้จวินออกนั่งบัญชาการรักษาการณ์ด้วยตนเองอีกด้วย เขามีสิทธิ์อันใดที่จะต้องเกรงกลัวชายผู้นี้

ฟางเหยียนหัวเราะอย่างเยือกเย็น เอ่ยว่า “ตระกูลโจวแล้วยังไง เป็นตระกูลโจวก็จะสามารถแย่งผู้หญิงของชาวบ้านไปได้งั้นเหรอ? เป็นตระกูลโจวก็สามารถบังคับให้คนอื่นทำในเรื่องที่คนอื่นไม่ชอบได้งั้นเหรอ? ตระกูลโจวก็สามารถรังแกคนที่อ่อนแอกว่าได้งั้นเหรอ?”

คำซักไซ้ถามที่มาต่อเนื่องเป็นชุด พละกำลังของฟางเหยียนเองก็เดือดดาลจนถึงขีดสุดขึ้นมาในทันทีแล้ว

ถ้าหากว่าเขาโมโหขึ้นมา ทั้งตระกูลโจวก็สามารถกลายเป็นเถ้าถ่านได้ภายในพริบตาเดียวเช่นกัน!

ตู่เหย่นหลงผู้นั้นกำหมัดขึ้นมา เตรียมที่จะโจมตีไปยังฟางเหยียน ทว่าถูกโจวปินคางห้ามเอาไว้

เขาลุกจากเก้าอี้ยืนขึ้นช้าๆ พร้อมเอ่ยถามว่า “แกมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่า ตระกูลโจวของเราแย่งผู้หญิงจากชาวบ้านมา? ชิงชิงเป็นคู่หมั้นแต่วัยเด็กที่หมั้นไว้ตั้งแต่แปดขวบของตระกูลโจวเราแล้ว ตอนนี้ก็ตบแต่งตามธรรมเนียมแล้ว จะมาบอกว่าเป็นการบังคับได้ยังไง?”

“อย่างนั้นเหรอ? ไม่ได้บังคับ? ไม่ได้บีบ?” ฟางเหยียนซักไซ้สอบถาม จากนั้นก็เดินไปหาหวังชิงชิงทีละก้าว

โจวเจิ้งรีบคว้าร่างของหวังชิงชิงเอาไว้ทันที คว้าร่างของเธอเอาไว้ด้านหลังของตนเอง

โจวเจิ้งเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนกและโมโห “แก แกจะทำอะไร?”

ฟางเหยียนไม่ได้ตอบคำถาม ยังคงสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น โจวเจิ้งอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปสองก้าว

เมื่อเห็นฉากนี้ โจวชื่อเจี๋ยก็อดไม่ได้เช่นกัน เขาสาวเท้าเดินมาข้างหน้า ยกมือขึ้นมาชี้หน้าเอ่ยถามฟางเหยียน “แกจะทำอะไร? ไม่เห็นหัวคนตระกูลโจวฉันเลยใช่ไหม?”

เพิ่งจะสิ้นเสียง อยู่ๆ ภายในห้องก็มีบอดี้การ์ดชุดดำถืออาวุธครบมือกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาอีกครั้ง

คราวนี้ โจวปินคางเลือกที่จะเงียบ ใบหน้าของเขาก็มีความดูไม่ได้แล้ว หากไม่สั่งสอนเจ้าหมอนี่อยู่เช่นนี้ เกรงว่าคนที่นั่งอยู่เหล่านี้จะดูถูกตระกูลโจวเอาได้

สำหรับเหตุการณ์เช่นนี้ ฟางเหยียนไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าคนเหล่านี้ไม่ข้องเกี่ยวอะไรกับเขาเลย เขาเพียงแค่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันก็แค่อยากจะดูว่าพวกแกได้บังคับให้เจ้าสาวทำเรื่องที่ไม่ต้องการทำหรือไม่!”

ภายในใจของหวังชิงชิงได้เต้นระรัวตั้งแต่นานแล้ว ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้น “นายน้อย!”

คำร้องเรียกนี้มีความแหบแห้งอยู่เล็กน้อย ฟังแล้วก็สามารถเดาออกว่าเมื่อคืนนี้หวังชิงชิงไม่ได้นอน อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้มากว่าจะได้รับการกดขี่ห่มเหง

“นายน้อย ฉันไม่เป็นไร นายน้อยกลับไปเถอะ!” หวังชิงชิงกัดริมฝีปากเอ่ยขึ้นมา ขณะที่เอ่ยขึ้นมาจนจบประโยค น้ำเสียงของเธอก็แหบแห้งยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งคำว่านายน้อยกลับไปเถอะยังแฝงไปด้วยความสิ้นหวังอีกด้วย

“เป็นยังไง?” โจวชื่อเจี๋ยเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถาม “ได้ยินแล้วใช่ไหม? ลูกสะใภ้ของฉันพูดขึ้นเอง! แกนี่กำลังจงใจก่อเรื่องชัดๆ แกรู้จักจุดจบที่มาก่อเรื่องในตระกูลโจวของเราหรือเปล่า?”

“พ่อ จะไปพูดไร้สาระกับมันเยอะขนาดนั้นทำไม? ออกคำสั่งฆ่าคนเสียเถอะ! มาก่อเรื่องตนถึงบ้านตระกูลโจวเราแล้ว แถมยังทำต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้อีกด้วย ถ้าพ่อไม่ฆ่ามัน จากนี้ไปคนอื่นจะมองหน้าของตระกูลโจวเรายังไง!” โจวเจิ้งเอ่ยขึ้นด้วยบันดาลโทสะ

เจ้าหมอนี่ไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย ไม่ใช่เพียงแค่ครั้งเดียวแล้ว เขาจะไม่แก้แค้นได้อย่างไรกัน เขาเป็นใคร? เป็นถึงนายน้อยตระกูลโจว ที่นี่คือดินแดนตะวันตก

“แกสมัครใจเองจริงๆ งั้นเหรอ?” ฟางเหยียนยังคงไม่สนใจคำพูดของสองพ่อลูกตระกูลโจว จึงได้สอบถามหวังชิงชิงต่อ ขณะที่สอบถาม เท้าของเขาก็สาวไปข้างหน้าต่อไปอีกหลายก้าว

หวังชิงชิงไม่ได้ตอบอันใด เธอกลืนน้ำลายลงคอ มีชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ทำเพื่อตนตั้งมากมายโดยไม่สนความปลอดภัยของตนเอง มาเยือนยังบ้านตระกูลโจว ถ้าหากเธอยังยืนกรานที่จะเอ่ยไปเช่นนั้น ก็เป็นการทำลายตนเองโดยไม่ต้องสงสัย

ในเมื่อมาเยือนยังตระกูลโจว ก็แสดงว่านายน้อย ได้เตรียมพร้อมมาแล้ว อย่างมากพวกเขาก็ตายกันทั้งคู่ เมื่อคิดมาถึงจุดนี้แล้ว เธอกัดฟันกรอด กำลังเตรียมที่จะเอ่ยปาก โจวเจิ้งกลับตะโกนน้ำเสียงดุดันขึ้นมา “บุกเข้าไป

ทว่ากลุ่มคนเหล่านั้นยังไม่ทันได้กระโจนเข้าไป ก็ถูกน้ำเสียงอันเย็นชาเรียกห้ามไว้ “หยุดเดี๋ยวนี้!”

ผู้ที่เรียกให้หยุดนั้นไม่ใช่โจวปินคาง แต่เป็นจอมพลโผ้จวิน!

ทว่าหลายครั้งก็ต้องล้มเลิกไป สายตาของทุกคนต่างก็จับจ้องไปอยู่ที่จอมพลโผ้จวิน ตำแหน่งของเขาถือว่าสูงสุดเมื่ออยู่ ณ ที่นี้

โจวชื่อเจี๋ยเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ “จอมพล นี่ท่าน...”

จอมนักรบทรงเกียรติยศ โซ่วปี่หนานซาน บทที่ 557 ใครคือเทพแห่งประเทศหวาตัวจริง? ออนไลน์ฟรี

นวนิยาย จอมนักรบทรงเกียรติยศ โซ่วปี่หนานซาน บทที่ 557 ใครคือเทพแห่งประเทศหวาตัวจริง? ได้อัปเดตบทใหม่พร้อมเนื้อหาใหม่มากมาย ที่ บทที่ 557 ใครคือเทพแห่งประเทศหวาตัวจริง? จอมนักรบทรงเกียรติยศ คนที่น่าสังเวชสองคนนี้ถูกปฏิเสธโดยทั้งสังคม แม้ว่าจะมีข้อบกพร่องอย่างมากในด้านรูปลักษณ์และความเป็นมนุษย์ โซ่วปี่หนานซาน คิดว่าพวกเขาเป็นชิ้นส่วนที่สมบูรณ์แบบสำหรับกันและกัน ติดตาม จอมนักรบทรงเกียรติยศ นวนิยาย บทที่ 557 ใครคือเทพแห่งประเทศหวาตัวจริง? ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

จอมนักรบทรงเกียรติยศ บทที่ 557 ใครคือเทพแห่งประเทศหวาตัวจริง?

{ {.bookTitle}} นวนิยาย บทที่ 557 ใครคือเทพแห่งประเทศหวาตัวจริง?