จอมนักรบทรงเกียรติยศ บทที่ 568 มาแล้วจริงๆ

sprite

พลเอกแห่งยุโรปได้ยิน เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยทราย มองไม่เห็นอะไร ถึงขั้นแม้แต่เฮลิคอปเตอร์สักลำก็ไม่มี เขาถามอย่างไม่เข้าใจว่า “คนอะไรมา? ทำไมผมมองไม่เห็น?”

ชายรูปงามสีหน้านิ่งสงบอย่างมาก แต่แววตามองไปรอบๆอย่างไม่หยุด เขาตอบอย่างสงบว่า “มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มีกลิ่นอายราวกับแรงอาฆาตของนรกกำลังคืบคลานเข้ามา คุณตั้งใจฟัง แล้วจะได้ยินการมาของแรงอาฆาตนี้ เขาอยู่ใกล้กับพวกเรามากแล้ว”

เย่เฟยหันไปมองชายรูปงาม จากนั้นแสยะปากออกกล่าวว่า “ผมว่าคุณกลัวเขาแล้วล่ะ? ผมคิดไม่ออกจริงๆว่าตอนนั้นทำไมคุณถึงเข้าร่วมกับพวกเรา? ถ้าคุณกลัว ตอนนี้คุณก็สามารถไปได้นะ ผมล่ะหวังอยากให้มันออกมา มันติดค้างผม ผมจะให้มันชดใช้ในสนามรบนี้พอดี”

พูดจบ เย่เฟยยกมือขึ้นมาดูรอยบากที่ลึกบนนาฬิกาของตัวเอง เขาไม่กล้าลืมรอยแผลเป็นนี้ที่ฟางเหยียนทิ้งไว้ให้เขา รอยแผลนี้เตือนเขาในทุกวัน ว่ามีคนหนึ่งที่ยังติดค้างเขาอยู่ หนี้นี้ต้องชดใช้ด้วยเลือด ดังนั้นเขาต้องรอให้ฟางเหยียนมา จากนั้นฆ่าเขา แล้วฆ่าฟางเหยียน

เขาไม่ได้ถูกความแค้นบดบังตา แต่แค้นนี้ต้องชำระ!

คนนั้นแย่งสิ่งที่รักที่สุดของตัวเองไป แล้วยังปล้นความน่าเกรงขามของเขาต่อหน้าลูกน้องของตัวเอง ความแค้นนี้ถ้าไม่ชำระ แล้วต่อไปตัวเองจะยืนได้อย่างไร แล้วจะให้พวกพ้องผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเองเชื่อมั่นได้อย่างไร!

“คุณไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!” จู่ๆ ชายรูปงามพูดประโยคนั้นออกมาอย่างชิลล์ๆ

“เลว!” เย่เฟยยกมือขึ้นมาจับคอเสื้อของชายรูปงามอย่างกล้าหาญ ตะคอกเสียงดังใส่เขาว่า “มึงแม่งพูดอะไรวะ? มึงคิดว่ามีแค่มึงที่เคยเจอมันเหรอ? กูก็เคยเจอ รอยแผลนี้มันเป็นคนทิ้งไว้ให้กู”

เย่เฟยชี้ไปที่แขนของตัวเอง ตะโกนใส่ชายรูปงามอย่างคอเป็นเอ็น

ชายรูปงามดูแคลนออกมา แล้วกล่าว “ตรงนั่นของคุณแล้วไง ตรงนี้ของผมก็เป็นมันที่ทิ้งรอยไว้”

พูดจบ ชายรูปงามถอดกางเกงของตัวเองลง เห็นเพียงขาอ่อนของเขามีรูลึก นั่นเหมือนกับเนื้อถูกกัดออกมาอย่างเป็นๆ หลังจากที่สมานแล้ว ก็เห็นเป็นเว้าลงไปอย่างชัดเจน

สีหน้าของเย่เฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย ชายรูปงามกล่าว “พูดกับท่านทั้งสองตรงๆ เมื่อก่อนผมท้าทายสำนักเจ็ดพิฆาตอย่างจงใจ เพียงแต่ต่อมากองทัพทั้งหมดของผมถูกฆ่าไม่เหลือ สองแสนเต็มๆ ทหารทั้งกองทัพพังทลายย่อยยับ การที่ผมมีชีวิตรอดมาได้ อาศัยการแกล้งตายจึงหนีวิกฤตมาได้ เนื้อบนขาของผมหลุดไปได้อย่างไรรู้มั้ย? ก็เพราะการปรากฏของแสงแสงหนึ่ง เนื้อบนขาของผมจึงได้หายไป ตอนนั้นหายไปได้ยังไงผมไม่รู้ บางทีคุณเคยเจอเขา แต่คุณไม่รู้ความกล้าหาญในสนามรบของเขาเลยเสียด้วยซ้ำ

สองคนสบตากัน จากนั้นถามว่า “งั้นทำไมคุณยังมาเข้าร่วมกับพวกเราอีก?

“ล้างแค้น!” ชายรูปงามกล่าวอย่างนิ่งสงบ

“ล้างแค้น?” เย่เฟยหัวเราะเหอะๆ “อยากคุณเนี่ยนะยังมีหน้ามาพูดว่าล้างแค้นอีก! แม้แต่ความกล้าในการเผชิญหน้ากับมันคุณยังไม่มีเลย แล้วจะเอาอะไรมาล้างแค้น?”

ชายรูปงามกล่าวอย่างเอาจริงเอาจังว่า “การล้างแค้นไม่ได้ใช้อารมณ์ แต่ใช้เวลา สิบปีล้างแค้นก็ยังไม่สาย ตอนนี้ยังไม่ได้เวลา พวกเราไม่ชนะมันแน่นอน รอให้ถึงเวลา ก็จะเป็นวันสุดท้ายของมัน”

“ตูม!” ในขณะเดียวกันนี้เอง จู่ๆบนท้องฟ้ามีเสียงดังสนั่นขึ้น

เสียงดังสนั่นนี้ทำให้ทั้งสามคนเงยหน้ามองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วกลับไปมีสมาธิร้อยเปอร์เซ็นต์อีกครั้ง! เสียงดังครั้งนี้ไม่เพียงแค่สามคนเท่านั้นที่ได้ยิน ทุกคนล้วนได้ยินกันหมด เดิมทีคนที่กำลังทำสงครามอยู่ล้วนหยุดการกระทำในมือลง เงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า เนื่องจากสงครามดุเดือดมาก ส่งผลให้บนฟ้าเต็มไปด้วยเขม่าควัน มองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่น้อย

ในตอนที่ทุกคนกำลังเหม่อลอยอยู่นั้น จู่ๆ มังกรดุได้กลิ่นที่คุ้นเคย คือเขา ผู้ชายคนนั้นกลับมาแล้ว เขามั่นใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ พลังแบบนี้มีเพียงชายคนนั้นเท่านั้นจึงจะปล่อยออกมาได้

ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า ”จอมพลโผ้จวิน จอมพลโผ้จวินมาแล้ว!”

เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น ทำให้เหล่าทหารของสำนักเจ็ดพิฆาตกระปรี้กระเปร่า เต็มไปด้วยความยินดี

ตะโกนคำนี้จบ จู่ๆมังกรดุก็แสดงกิริยาที่แปลกออกมา เขาคุกเข่าข้างเดียวลงกับพื้น พูดกับท่องฟ้าอย่างไม่สิ้นสุดว่า “มังกรดุสำนักเจ็ดพิฆาต ขอต้อนรับจอมพลโผ้จวิน!”

“จอมพลโผ้จวิน!”“จอมพลโผ้จวิน!”“จอมพลโผ้จวิน!”

ทั้งสนามรบล้วนเป็นเสียงร้องของทหารสำนักเจ็ดพิฆาตดังกระฉ่อน แว็บเดียว ทั้งสนามรบ เต็มไปด้วยจอมพลโผ้จวินสี่คำนี้ เสียงของพวกเขาดังพร้อมเพรียงกัน ฮึกเหิมไม่หวาดหวั่น ได้ยินแล้วทรงพลังยิ่งใหญ่

การตะโกนเรียกแบบนี้ ทำให้ข่มขวัญคนที่จู่โจมพวกนั้น บ้างถึงขั้นเริ่มถอยไปหลายก้าวอย่างช้าๆ พวกเขาไม่รู้ว่าใครจะมา แต่ดูจากท่าทาง น่าจะเป็นบุคคลที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว

ลงมาจากจ้าอย่างช้าๆ ด้านหลังของเขาไม่มีสลิง และไม่มีร่มชูชีพ เขาลงมาจากฟ้า เขาเหมือนกับแสงแสงหนึ่ง

แววตาทั้งสองของฟางเหยียนเปล่งแสงที่พิเศษออกมา สิ่งที่ปรากฏในแววตาทั้งสองไม่ใช่ความเมตตา แต่เป็นความกระหายสงครามไม่มีที่สิ้นสุด นานแล้วที่เขาไม่ได้เข่นฆ่า นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เพลิดเพลินใจกับความสุขที่มาจากในสนามรบ ดังนั้นตอนที่เขาเห็นฉากนี้

ฟางเหยียนเป็นผู้ชายแห่งสนามรบ มีเพียงอยู่ในสงคราม เขาจึงจะแสดงความแข็งแกร่งดุดันของตัวเองออกมาได้

มีสีขาว มีสีดำ แล้วยังมีสีเหลือง ดูท่าทางแล้วผสมปนเปคนจำนวนไม่น้อยมา พวกเขาเข้ามาในดินแดนของประเทศหวา มายังอาณาเขตนี้

เขาลงมาบนกำแพงเมือง แววตาทั้งสองมองลงมายังทหารที่ได้ข้ามเขตแดนเข้ามา สายตาของเขาเยือกเย็น ชุดกันลมปลิวไสวตามลม ในสนามรบที่ดุเดือดก่อเกิดความนึกคิดอันลึกซึ้งที่พิเศษขึ้น

อ่าน จอมนักรบทรงเกียรติยศ โซ่วปี่หนานซาน บทที่ 568 มาแล้วจริงๆ นวนิยายออนไลน์ฟรี

The จอมนักรบทรงเกียรติยศ โซ่วปี่หนานซาน บทที่ 568 มาแล้วจริงๆ ซีรีส์ได้รับการอัปเดตพร้อมรายละเอียดใหม่มากมาย ขนานกับลักษณะบุคลิกภาพนั้น คือ อารมณ์ของคนที่รักชีวิต รักชีวิต อยากหนีจากสถานการณ์ชีวิตที่มืดมนและน่าสลดใจ ในบทที่ จอมนักรบทรงเกียรติยศ บทที่ 568 มาแล้วจริงๆ ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน กล่าวได้ว่า จอมนักรบทรงเกียรติยศ นวนิยาย บทที่ 568 มาแล้วจริงๆ เป็นบทที่อ่านง่ายที่สุดในซีรีส์ จอมนักรบทรงเกียรติยศ ชุดนี้

จอมนักรบทรงเกียรติยศ โซ่วปี่หนานซาน บทที่ 568 มาแล้วจริงๆ

จอมนักรบทรงเกียรติยศ บทที่ 568 มาแล้วจริงๆ