จอมนักรบทรงเกียรติยศ บทที่ 570 ทะเลทรายลอยทั่วฟ้า

sprite

เย่เฟยกำหมัดทั้งสองแน่น เห็นใครก็ต่อย เมื่อเขาและพลเอกแห่งยุโรปเข้าไปในสนามรบก็ตกอยู่ในสภาพการทำสงครามอันบ้าคลั่ง

ฆ่าคน ฆ่าคน ฆ่าคน! ในแววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยการเข่นฆ่า อยากที่จะฆ่าคนที่มีชีวิตอยู่ทั้งหมดในสนามรบให้ตายไม่เหลือ

เมื่อเห็นทั้งสองเข้าสนามรบแล้ว แม้ว่าชายรูปงามจะมีเหตุผลมากมาย เขาก็ต้องเข้าร่วมการสู้รบครั้งนี้อยู่ดี

ไม่นาน สามคนยืนอยู่ตรงหน้าของฟางเหยียนอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่กัน พวกเขาขัดขวางทางไปของฟางเหยียน

ฟางเหยียนหยุดลงโดยอัตโนมัติ แล้วโยนศพสองศพที่อยู่ในมือไป ศพสองศพนั้นเหมือนลูกเจี๊ยบอย่างไรอย่างนั้น เมื่อถูกเขาโยนก็ลอยไป

ความเย็นชาบนใบหน้าของเขา แววตาแดงก่ำ นั่นคืออยากฆ่าคนจนเลือดขึ้นหน้า แววตาของเขา ค่อยๆฟื้นกลับมา เริ่มมีชีวิตชีวาจ้องมองไปที่สามคนนั้น สุดท้าย แววตาของเขามองไปที่เย่เฟย แล้วกล่าว “ที่แท้ก็แก!”

เย่เฟยเงยหน้าขึ้น รู้สึกว่าการคนนี้จำตัวเองได้ เป็นเกียรติอย่างหนึ่ง

เขากล่าวอย่างอกผ่าไหล่ผึ่งว่า “ใช่ ฉันเอง! แกติดค้างฉัน ต้องชดใช้!”

ตอนพูด เย่เฟยกัดฟันแน่ เหมือนกับว่าเขาจะกลืนกินฟางเหยียนอย่างเป็นๆ

ฟางเหยียนไม่ตอบเขา เขาได้มองไปที่พลเอกแห่งยุโรปอีกแล้วถาม “สันนิษฐานว่าคนนี้คือคนนั้นที่มาล้างแค้นแทนผู้ใต้บังคับบัญชาของแกสินะ? เป็นใครนะ? พลเอกแห่งยุโรปใช่มั้ย?”

พลเอกแห่งยุโรปถูกเรียกชื่อ แต่แววตาทั้งสองแดงก่ำแล้ว เขากัดริมฝีปากกล่าว “ใช่!”

ฟางเหยียนพยักหน้าเบาๆ แล้วกล่าว “ฉันกำลังเศร้าที่พวกแกไม่มาพอดีเลย ในเมื่อมากันพร้อมแล้ว งั้นก็ตายพร้อมกันเลยละกัน! ผู้ใต้บังคับบัญชาของแกทำผิดที่ประเทศหวา เพียงพอที่จะให้ฉันฆ่าแกไปด้วยเลย ตอนนี้แกได้พาคนมารุกล้ำเขตแดนประเทศหวาของฉันอีก นี่มันเป็นการบดขยี้ฉันโดยสิ้นเชิง ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนไม่มีใครไม่มีชีวิตรอดไปได้”

ชายรูปงามรอให้ฟางเหยียนมองตัวเอง ใครจะรู้ว่าเขาจะไม่มองมา ไม่พูดอะไร เมื่อนึกถึงจุดนี้ ชายรูปงามก็โมโหขึ้นมา ชี้ชัดสองคนนั้นแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะไม่พูดถึงตัวเอง ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงรีบกล่าวว่า “แกลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันเป็นใคร?”

ฟางเหยียนเพิ่งจะเลื่อนสายตาไปยังร่างกายของชายรูปงาม หลังจากมองไปหลายวินาที จึงกล่าวว่า “รู้ คนตายคนหนึ่ง!”

“แก...” ชายรูปงามรู้สึกว่าตัวเองถูกเหยียดหยาม แต่เขาเคยเห็นความยิ่งใหญ่ของอีกฝ่ายแล้ว โดยเฉพาะตอนที่ได้ฟังเรื่องที่อีกฝ่ายฆ่าจอมพลสิบประเทศ ยิ่งทำให้เขาตกใจอ้าปากค้าง

“ลงมือเถอะ! ฆ่าพวกแกเสร็จ ฉันยังต้องไปล้างบางเพลิงเสวนอีก” ตอนพูดคำนี้ สายตาของเขามองไปที่ชายรูปร่างโดยปริยาย เขารู้อยู่แล้วว่าชายรูปงามเป็นคนที่เพลิงเสวนส่งมา

และแล้วสีหน้าของชายรูปงามก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่แว็บเดียวก็กลับมาเหมือนเดิม

“อ้า!” พลเอกแห่งยุโรปกำหมัดทั้งสองแน่นโจมตีไปที่ฟางเหยียนอย่างรุนแรง เย่เฟยเอามีดสั้นสองด้ามออกมา ชายรูปงามถือกระบองสีทอง ทั้งสามพุ่งฆ่าฟางเหยียนโดยพร้อมเพรียงกัน นี่เป็นการประจันหน้าของสามนายพลกับจอมพลของสำนักเจ็ดพิฆาต เป็นฉากที่เห็นได้น้อยมากเป็นอย่างยิ่งในสนามรบ

ทั้งสามล้วนไม่ใช่อาวุธในปัจจุบัน แต่เลือกที่จะใช้วิชาต่อสู้ที่ดั้งเดิม อาวุธแหลมคม สำหรับยอดฝีมือจริงๆ อาวุธแหลมคมแข็งแกร่งกว่าอาวุธสมัยใหม่มากๆ

คนสามารถหลบการโจมตีของกระสุนได้ แต่กลับหลบการฟันของอาวุธแหลมคมไม่ได้ แน่นอน คนที่ใช้อาวุธแหลมคม แต่เป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุด อย่างน้อยก็ต้องอยู่เหนือกว่าระดับต้าชี่

คนที่ต่อสู้ตามท้องถนนทั่วไปก็ใช้อาวุธแหลมคม แต่คนพวกนั้นเทียบกับผู้แข็งแกร่งไม่ได้โดยสิ้นเชิง

เห็นสามคนที่โจมตีเข้ามาทางตัวเอง ฟางเหยียนตั้งฝ่ามือขึ้น ในฝ่ามือของเขาปรากฏเป็นดาบเล่มหนึ่งที่ผุดๆโผล่ๆ ฝ่ามือกลายเป็นดาบ นี่เป็นอาวุธปกติของฟางเหยียนเท่านั้น

ไม่นาน การต่อสู้เริ่มขึ้น ทั้งสี่คนเริ่มต่อสู้กัน การกระทำของทั้งสามแปลกประหลาดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ และในร่างกายของทุกคนต่างมีแสงที่ต่างสีกันออกไป ความเร็วของฟางเหยียนเร็วยิ่งกว่า สามารถตั้งรับการโจมตีของฟางเหยียนแต่ล่ะครั้งได้

เดิมที่สามารถเห็นเงาของคนได้ ทันใดนั้น เห็นเพียงแสงทั้งสีผ่าไปมาในสนามรบ การต่อสู้แบบนี้ สามารถใช้ทั้งโลกต้องตกใจมาอธิบายได้

หลังจากการโจมตีที่ดุเดือดรอบแรก ร่างกายของทั้งสี่แตกต่างกัน สามคนเหงื่อไหลไคลย้อย แล้วยังถูกฟันด้วยดาบหลายที่อีกด้วย หันกลับมาที่ฟางเหยียน

ความแตกต่างแบบนี้ทำให้สามคนเริ่มรู้สึกขี้ขลาดขึ้นมาบ้างแล้ว เย่เฟยที่เดิมทีอยากฆ่าฟางเหยียนอย่างตั้งมั่นก็ได้เห็นความแข็งแกร่งของฟางเหยียนเข้าให้แล้ว เขาก็รู้ ว่าทำไมหลังจากที่คนของสำนักเจ็ดพิฆาตพวกนี้เห็นเขาแล้วเลือดอันร้อนรุ่มก็ได้ปะทุขึ้นมาทันใด

จะไม่ทำให้เลือดอันร้อนรุ่มปะทุขึ้นมาได้อย่างไรกันเล่า การที่ได้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคนแบบนี้ สำหรับทหารพวกนั้นแล้ว น่าจะเป็นเกียรติไปทั้งชาติเลยละ! ราชาของสำนักเจ็ดพิฆาต

“ระดับปรมาจารย์?” เย่เฟยบ่นพึมพำ “แกคือยอดฝีมือระดับปรมาจารย์?”

ฟางเหยียนกล่าวอย่างชิลล์ๆว่า “ระดับไหนไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าพวกแกทั้งสามใกล้จะเป็นคนตายแล้ว!”

ที่ฝ่ามือของเขาปรากฏแสงสีทองขึ้นมา จากนั้นเห็นมือทั้งสองของเขาพนมมือ ระหว่างมือที่พนมทั้งสองปรากฏเป็นกระบี่ยาวที่ ไม่ชัดเจน

ทันใดนั้น รอบๆเริ่มเกิดพายุที่แปลกประหลาดขึ้น ทำให้สนามรบที่เดิมทรายฟุ้งกระจายกลายเป็นยุ่งเหยิงขึ้นไปอีก เมื่อเห็นท่าทีของเขา ไม่ว่าใครก็รู้ว่าเขาจะเผยให้เห็นการเข่นฆ่าเอาชีวิตผู้คนแล้ว

จอมนักรบทรงเกียรติยศ บทที่ 570 ทะเลทรายลอยทั่วฟ้า ออนไลน์ฟรี

ชุดนวนิยาย จอมนักรบทรงเกียรติยศ บทที่ 570 ทะเลทรายลอยทั่วฟ้า โดยผู้แต่ง โซ่วปี่หนานซาน ได้อัปเดต บทล่าสุด ในที่นี้ ผู้แต่ง โซ่วปี่หนานซาน ได้เน้นไปที่ตัวละครหลักของนวนิยายเรื่อง จอมนักรบทรงเกียรติยศ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจความรู้สึกชายและหญิงในเนื้อหา บทที่ 570 ทะเลทรายลอยทั่วฟ้า ได้ดีขึ้น ตัวผู้และตัวเมียจะเป็นผู้นำที่ บทที่ 570 ทะเลทรายลอยทั่วฟ้า จอมนักรบทรงเกียรติยศ รวมตัวกันหรือพบปัญหาอื่นหรือไม่ ติดตาม จอมนักรบทรงเกียรติยศ นวนิยาย บทที่ 570 ทะเลทรายลอยทั่วฟ้า ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

จอมนักรบทรงเกียรติยศ โซ่วปี่หนานซาน บทที่ 570 ทะเลทรายลอยทั่วฟ้า

จอมนักรบทรงเกียรติยศ นวนิยาย บทที่ 570 ทะเลทรายลอยทั่วฟ้า